Archive for the ‘สุขภาพ’ Category

ผู้หญิงจะรู้สึกเกรงกลัวแสงแดด เพราะรู้ดีว่าแสงแดดเป็นตัวการทำลายความงาม แถวหน้า ทำให้ผิว หมองคล้ำ เหี่ยวย่น รวมไปถึงฝ้ากระอีกสารพัน หากแต่หารู้ไม่ว่า การหลีกเลี่ยงแสงแดดมากเกินไป มีผลให้ร่างกายเกิดสภาวะโรคกระดูกพรุนได้ ซึ่งถือเป็นภัยเงียบที่ไม่ค่อยมีใครสนใจมากนัก กว่าจะรู้กระดูกก็เปราะบางไปเสียแล้ว

จึงอยากให้คิดใหม่ กลับมาตระหนักถึงประโยชน์ของแสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้า ที่มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นให้ร่างกายสังเคราะห์ วิตามินดี ที่ มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิตามินดี ที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงานของแคลเซียม ทำให้กระดูกและฟันสมบูรณ์แข็งแรง

การสัมผัสแสงแดดอ่อนๆ ในช่วงเช้า เพียง 10 -15 นาทีต่อวัน ก็เพียงพอที่จะช่วยให้ไม่เป็นโรคกระดูกพรุน

โรคกระดูกพรุนนั้น สาวๆ รุ่นใหม่ มีอัตราเป็นโรคนี้กันมากขึ้นตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะมีพฤติกรรมความเป็นอยู่ที่เสี่ยงมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดื่มกาแฟ การสูบบุหรี่ การบริโภคอาหารไม่ครบถ้วน หรือละเลยการออกกำลังกาย ส่งผลให้ร่างกายไม่มีการสะสมแคลเซียมเพิ่มเติม แคลเซียมในกระดูกที่มีอยู่ ก็เสื่อมสลายตัวไปเรื่อยๆ จนทำให้โครงสร้างกระดูกเปราะบางและแตกหักได้ง่าย

ผู้หญิงมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุนสูงกว่าผู้ชายหลายเท่า เนื่องจากฮอร์โมนในร่างกายที่แตกต่างกัน

ภาวะที่เนื้อกระดูกบางลง ทำให้ผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุน มักมีอาการปวดหลัง หลังค่อมโก่ง ปวดตามข้อ อาจมีอาการปวดบริเวณที่กระดูกยุบตัวลง กระดูกเปราะ และหักง่าย ผู้สูงอายุจึงต้องระวังการหกล้ม ตำแหน่งที่มักจะเกิดภาวะกระดูกพรุนและหักง่ายคือ กระดูกสันหลัง กระดูกข้อมือ กระดูกสะโพก

กระดูกสันหลังของผู้หญิงอายุ 55 – 75 ปี จะเกิดการยุบตัวมากกว่าในผู้ชาย ทำให้ผู้สูงอายุเตี้ยลงกว่าตอนหนุ่มสาว ผู้สูงอายุ ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงพบว่า เมื่ออายุมากกว่า 60 ปี พบอัตราการเกิดกระดูกสันหลังหักยุบถึงร้อยละ 30

กระดูกสะโพกหักมักต้องผ่าตัดรักษา กระดูกสะโพกหักอาจทำให้เดินไม่ได้หรือเสียชีวิตได้ โรคนี้เปรียบเหมือนภัยมืด ค่อยเป็นไปอย่างช้าๆ โดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ กว่าจะรู้ตัวก็กระดูกหักเสียแล้ว

ดังนั้น วิธีที่ดีที่สุดคือ ต้องสะสมกระดูกไว้ให้มากที่สุดตั้งแต่อายุยังน้อย โดยรับประทานอาหารที่มีคุณค่าให้แคลเซียมสูงและออกกำลังกายสม่ำเสมอ

การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสะสมแคลเซียมให้กับกระดูกอย่างสม่ำเสมอ เริ่มต้นจากการรับประทานอาหาร ที่มีแคลเซียมสูง อาทิ ถั่วเหลือง ผักใบเขียว ปลาเล็กปลาน้อยต่างๆ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายกลางแจ้ง เพื่อรับแสงแดดอ่อนๆ ที่จะกระตุ้นให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามินดีไปช่วยเสริมสร้างแคลเซียม

นอกจากนี้ ไม่ควรห่วงอ้วนมากจนเกินไป ต้องรับประทานไขมันบ้าง จำพวกไขมันชนิดดีที่พบในปลาทะเล หรือน้ำมันจากเมล็ดพืช เพราะวิตามินดีจะละลายได้ดีในไขมัน เหล่านี้นอกจากจะช่วยละลายวิตามินดีแล้ว ยังช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื่นไม่หยาบกระด้างอีกด้วย ถ้าต้องการความสะดวก การรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่ช่วยเสริมแคลเซียมให้กับกระดูกก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน ถ้าใครต้องการรู้ว่าตนเองเป็นโรคกระดูกพรุนหรือไม่ ต้องอาศัยเครื่องตรวจความหนาแน่นกระดูกเข้ามาช่วย โดยการทำงานของเครื่องจะเอ็กซ์เรย์มวลกระดูกบริเวณ ข้อมือ หรือ ข้อเท้า แล้วประมวลผลออกมาเป็นกราฟ ชึ้ให้เห็นสภาวะของกระดูกได้อย่างชัดเจน ส่วนใหญ่จะมีบริการอยู่ในโรงพยาบาลต่างๆ และมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง

หากแต่ในช่วงนี้ไปจนถึงสิ้นปี บริษัท เฮลธ์ อิมแพค จำกัด ได้นำเข้าเครื่องตรวจความหนาแน่นกระดูก มาบริการตรวจให้แก่ประชาชนทั่วไปฟรี ทั้งใน โรงพยาบาลชั้นนำ และร้านขายยาทั่วประเทศ ผู้สนใจใช้บริการตรวจมวลกระดูก สามารถสอบถามได้ที่ โทรศัพท์ 02-8604561 ระหว่างเวลาทำการ ในวันจันทร์ – ศุกร์ เพื่อจะได้ตรวจสอบสุขภาพกระดูกเบื้องต้น ว่าถึงเวลาหรือยังที่จะต้องรับแสงแดด และเสริมแคลเซียมให้กับกระดูก ก่อนที่จะสายเกินไป

ที่มา : women.sanook.com

ลอนดอน 13 ม.ค. – ผู้เชี่ยวชาญอังกฤษเตือนว่า ความเชื่อที่ว่าโคเคนเป็นยาเสพติดในงานเลี้ยงที่ปลอดภัยเป็นเพียงความเชื่อ ผิดๆ เพราะผลการศึกษาพบว่าโคเคนมีส่วนทำให้คนเสียชีวิตอย่างฉับพลันราวร้อยละ 3

มูลนิธิหัวใจอังกฤษเผยลงการศึกษาในวารสารหัวใจยุโรปว่า การเสพ โคเคน เป็นผลร้ายต่อร่างกาย ทั้งภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดสมองและเสียชีวิตอย่างฉับพลัน ผลร้ายนี้ยังสามารถเกิดขึ้นกับทุกคนไม่เว้นแม้แต่คนที่ไม่เคยมีประวัติโรคหัวใจมาก่อน

พวกเขาวิเคราะห์ผลการชันสูตรศพผู้เสียชีวิตอย่างฉับพลัน 668 ราย ในเมืองเซบีญา ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสเปน ช่วงปี 2546-2549 พบว่า 21 รายเกิดจากการเสพโคเคน ทั้งหมดเป็นชายอายุ 21-45 ปี ส่วนใหญ่เป็นเพราะโรคเกี่ยวกับหัวใจ นอกจากนี้ ยังสูบบุหรี่และดื่มเหล้าขณะเสพโคเคนด้วย ซึ่งก็ล้วนแต่เป็นพฤติกรรมรวมกันที่ส่งผลร้ายแรงต่อหัวใจ ผลการวิเคราะห์สรุปว่าการเสพโคเคนส่งผลเสียต่อหัวใจ จากนั้นทำให้เสียชีวิตอย่างฉับพลัน

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Getty Images

ที่มา : women.sanook.com

เป็นที่ทราบกันดีว่า ข้าวเช้าเป็นอาหารมื้อสำคัญที่สุดของรอบวัน เรื่องที่น่าสนใจคือ อาหารเช้าง่ายๆ สบายๆ แบบข้าวต้มเครื่องของไทยเราเพิ่งได้รับการแนะนำให้เป็น 1 ในอาหารเช้าสุขภาพจากเว็บไซต์มูลนิธิโรคหัวใจและหลอดเลือดสมองแคนาดา (heartandstroke.ca)

วันนี้มีข้อมูลที่จะช่วยย้ำเตือนพวกเราว่า อาหารเช้านี่ถ้าอยากผอมหน่อยแล้ว… ขาดไม่ได้เลยทีเดียว

ท่านอาจารย์ดอกเตอร์นายแพทย์เจมส์ ริพพ์ ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ และคณะ แห่งสถาบันไลฟ์สไตล์ (แบบแผนการใช้ชีวิต) ริพพ์ ชิวส์บิวรี แมสซาชูเซทส์ สหรัฐฯ ทำการศึกษากลุ่มตัวอย่าง 12,000 คน โดยนำข้อมูลจากการสำรวจข้อมูลภาครัฐ 3 ชุดมาประมวลผล

ผลการศึกษาพบว่า

(1). ผู้หญิงที่กินอาหารเช้า อ้วนน้อยกว่าผู้หญิงที่ไม่กินอาหารเช้า ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทใด

(2). ผู้ชายที่กินข้าวเช้ากำลังงานต่ำ เช่น ธัญพืชไม่ขัดสี (ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท ฯลฯ) ผัก ผลไม้ทั้งผล ถั่ว ฯลฯ มีแนวโน้มจะได้สารอาหารครบทุกหมู่มากกว่า และอ้วนน้อยกว่า

ผู้ชายที่กินอาหารเช้าประเภทอาหารขยะ หรืออาหารเช้ากำลังงานสูง เช่น อาหารผัดๆ ทอดๆ โดนัท ฯลฯ ไม่มีแนวโน้มจะผอมลงเมื่อเทียบกับผู้ชายที่ไม่กินอาหารเช้า

(3). คนที่กินอาหารเช้าประเภทธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท ฯลฯ มักจะมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าคนที่ไม่กินข้าวเช้า หรือกินอาหารเช้าแบบไม่มีธัญพืช เช่น สเต๊ก ไข่ ฯลฯ

(4). คนที่กินอาหารเช้ากำลังงานต่ำ มีแนวโน้มจะกินอาหารสุขภาพในมื้ออื่นๆ ตลอดวันเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับคนที่กินอาหรเช้ากำลังงานสูง เข้าทำนอง “เริ่มต้นดี มีชัยไปกว่าครึ่ง” หรืออะไรทำนองนั้น

ที่มา : women.sanook.com

สาวๆ ที่ต้องเสียสละเวลาออกไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆ มาทุ่มเทให้กับวิธีการลดความอ้วนมาตลอดทั้งชีวิตคงรู้สึกเบื่อหน่าย วันนี้นำเคล็ด (ไม่) ลับ 5 วิธีที่จะทำให้คุณสาวๆ ดูผอมเพรียวโดยที่ไม่ต้องวิ่งอยู่บนลู่วิ่งให้เหนื่อย หรือนั่งทนหิวข้าว จนตาลาย กันอีกต่อไป
1 หยุดกินหน้าทีวี
เชื่อหรือไม่ว่าการนั่งกิน อาหารอยู่หน้าทีวี จะทำให้คุณสาวๆ กินเพิ่มขึ้นจากปกติถึง 40 เปอร์เซ็นต์ แม้กระทั่งเวลาขับรถหรือทำกิจกรรมอื่นๆ ก็เช่นกัน ทางที่ดีควรย้ายทีวีให้ไกลจากโต๊ะอาหาร และหยุดพฤติกรรมนั่งกินอาหารหน้าทีวีโดยด่วน

2 เลือกอาหารเผาผลาญไขมัน
อาหารบางอย่างก็เป็นมิตร กับเราด้วยเหมือนกัน มันสามารถช่วยให้ระบบเผาผลาญของคุณทำงานดีขึ้น และบางครั้งก็ช่วยให้คุณหายอยากอาหารได้เช่นกัน รู้อย่างนี้เดินเข้าซูเปอร์มาร์เกตอย่าลืมมองหา ส้มเกรปฟรุต แอปเปิ้ล น้ำมันมะกอก เมล็ดทานตะวัน กระเทียม บลูเบอร์รี่และถั่วอัลมอนด์ใส่ตะกร้า

3 ตั้งสติก่อนกินสลัด
ทันทีที่สลัดผักจานโตมา วางอยู่ตรงหน้า สาวๆ หลายคนมักจะคิดว่า ?ผักนี่แหละที่ฉันกินได้ ไม่ต้องกลัวอ้วน? ช้าก่อน…เพราะสลัดบางอย่างก็เพิ่มน้ำหนักได้เช่นกัน อย่างเช่น ซีซ่าร์สลัดที่โรยหน้าด้วยชีส เบคอน ขนมปังกรอบ ราดด้วยครีมสลัด เชื่อได้เลยว่าตัวเลขบนตาชั่งกำลังตามคุณมาติดๆ

4 กินผลไม้วันละ 2 ครั้ง
ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ในผลไม้จะเต็มไปด้วยน้ำและปราศจากไขมัน ดังนั้นถ้าคุณรับประทานอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง จะช่วยให้คุณผู้หญิงทั้งหลายกินอาหารอย่างอื่นได้น้อยลง เนื่องจากเหลือพื้นที่สำหรับอาหารในกระเพาะอาหารน้อยลง

5 เลิกนิสัยเสียดายได้แล้ว
เพราะเป็นเด็กดีเชื่อ ฟังพ่อแม่ว่าต้องกินข้าวให้หมดจานไม่ว่าของกินจะเยอะแค่ไหนก็ตาม อย่าลืมว่านี่แหละ คือสาเหตุที่ทำให้คุณสาวๆ อ้วนได้ ฉะนั้นคราวหน้าควรกลัวอ้วนมากกว่ากินไม่หมด

  • ขอขอบคุณ : นิตยสาร Woman Plus ผู้สนับสนุนเนื้อหา